วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

๔๐ เริ่ม พยัญชนาเทสสนธิ

‪#‎นิรุตติทีปนีแปลเพื่อศึกษาร่วมกัน๒๕
อาเทสสนธิ พยัญชนาเทสสนธิ : เชื่อมบทโดยแปลงพยัญชนะเป็นอีกพยัญชนะหนึ่ง
“ก่อนจะไปต่อ”
ท่านทั้งหลายที่ติดตามอ่านแนวทางการทำสนธิ (เชื่อมบท) ของคัมภีร์นิรุตติทีปนีนี้ จะพบว่า ท่านแสดงสนธิตามประเภทสนธิกิริโยปกรณ์ คือ
ทีฆสนธิ รัสสสนธิ วิการสนธิ อาเทสสนธิ อาคมสนธิ ทวิภาวสนธิ (ซ้อนหรือสัญโญค) วิปัลลาสสนธิ (สลับหน้าหลัง) แล้วจำแนกภายในสนธินั้นออกเป็น สรสนธิ พยัญชนสนธิ มิสสกาสนธิ นิคคหีตาสนธิ ตามควร.  การจัดกลุ่มเช่นนี้ ต่างไปจากแนวทางการจัดของกลุ่มไวยากรณ์สายกัจจายนะ และสัททนีติ ที่จัดเป็นสรสนธิ พยัญชนสนธิและนิคคหิตสนธิ ก่อนแล้วแยกภายในสนธิดังกล่าวออกตามสนธิกิริโยปกรณ์.
การศึกษาวิธีการสำเร็จรูปคำศัพท์ตามหลักไวยากรณ์บาฬีจากคัมภีร์นี้ื แม้มีหลักการที่ไม่ต่างไปจากคัมภีร์กลุ่มกัจจายนไวยากรณ์เท่าไรนัก แต่มีส่วนหนึ่งที่ดำเนินวิธีการที่แตกต่างไป บางรูุปแม้สำเร็จรูปเป็นอุทาหรณ์เดียวกัน แต่ขั้นตอนซับซ้อนมากกว่ากัจจายนไวยกรณ์ แต่บางรูปก็มีความกระชับกว่า นอกจากนี้ เนื่องจากบางรูปอุทาหรณ์ในพระบาฬีและอรรถกถา ถูกนำมาแสดงไว้ในคัมภีร์นี้เพิ่มเติมมากกว่า ด้วยเหตุนี้ นิรุตติทีปนีที่อ้างอิงสูตรกำกับหลักการของคัมภีร์โมคคัลลานไวยากรณ์ จึงเป็นแนวทางที่น่าศึกษาเพื่อบรรเทาความสงสัยรูปอุทาหรณ์ในพระบาฬีได้อย่างดีเยี่ยม.
เมื่อได้แสดงการเข้าสนธิโดยอาเทสวิธี ที่เป็นสราเทส คือ แปลง สระเป็นพยัญชนะ ด้วยสูตรต่างๆ และที่ไม่มีสูตรกำกับโดยเฉพาะแล้ว  ต่อไปนี้เป็น พยัญชนาเทสะ คือ แปลง พยัญชนะเป็นพยัญชนะ


**********

การเชื่อมบทสองบทเข้าด้วยกัน อาจทำได้หลายวิธี เช่น ลบ ทำเป็นเสียงยาว ทำเป็นเสียงสั้น กลายเสียงการงอกเสียง การหดเสียง การใช้อักษรตัวอื่นแทน เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่เกิดขึ้นที่สระหรือพยัญชนะ ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น. คราวนี้ จะแสดงการใช้อักษรอื่นแทนพยัญชนะตัวที่ต้องการ โดยจะเริ่มพยัญชนวรรค จนถึง พยัญชนอวรรคเป็นลำดับไป.

************
การใช้อักษรหนึ่งแทนอักษรอีกตัวหนึ่ง ในวงการศึกษาบาฬีไวยากรณ์นิยมใช้คำว่า อาเทศ เป็นคำทับศัพท์บาฬี.  คำว่า อาเทศ แปลว่า ตัวที่นำมาแสดงแทน และอาจใช้ในความหมายว่า การแทน. ส่วนในภาษาไทยใช้คำว่า แปลง ซึ่งครอบคลุมความหมายทั้งสองนั้น.  ในที่นี้จะใช้คำว่า แปลง เป็นหลัก. แต่ในบางแห่งจะใช้คำว่า “ใช้ .. แทน ..” เช่น ใช้ ต แทน ส เป็นต้น ความหมายคือ แปลง ส เป็น ต ดังนี้เป็นต้น.
ในการเชื่อมบทโดยแปลงพยัญชนะ เรียกว่า พยัญชนาเทสสนธิ  พอสรุปหลักการได้ ๒ ประเด็นคือ
๑. มี ย พยัญชนะ เป็นเงื่อนไข.
๒. ไม่ต้องมี ย พยัญชนะ เป็นเงื่อนไข หมายถึง แปลงตัวพยัญชนะล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับ ย พยัญชนะเลย.

**************
๑. แปลงพยัญชนะ โดยมี ย พยัญชนะ เป็นเงื่อนไข.
บรรดาหลักการ ๒ ประการนั้น จะศึกษาประเด็นที่ ๑ ก่อน.
การมี ย พยัญชนะเป็นเงื่อนไข หมายถึง ยนั่นเองเป็นเงื่อนไข คือ เป็นตัวกำหนดให้มีการแปลงทั้งพยัญชนะตัวอื่น รวมทั้งตัวเองด้วย. ดังนั้น ในประเด็นที่ ๑  จึงถูกแยกย่อยออกไปเป็น ๒ ประเด็นอีก คือ
ก. แปลง ย พยัญชนะเป็นพยัญชนะตัวหน้าของตน ถ้ามีพยัญชนวรรคทั้งหมดและพยัญชนอวรรคบางตัวอยู่หน้า
ข. ย พยัญชนะเป็นเหตุให้แปลงพยัญชนะตัวอื่น
คัมภีร์่นิรุตติทีปนีนำสูตรแสดงวิธีการจากคัมภีร์โมคคัลลานพยากรณ์ มาเรียบเรียงเป็นลำดับสูตรใหม่ เพื่อแสดงวิธีการทั้งสองที่เป็นไปในพยัญชนวรรคและพยัญชนอวรรค.  ดังนั้น ในบทความนี้จะนำเสนอสาระโดยเริ่มที่พยัญชนวรรคมี กวรรคเป็นต้น ไปจนถึง อวรรคพยัญชนะตามสมควรแก่วิธีการทั้งสอง.

*************
ขออนุโมทนา
สมภพ สงวนพานิช

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น